สสส. รวมพลัง “ลดเค็มทำได้” ตั้งเป้าคนไทยกินเค็มลด ๓๐% ภายในปี ๒๕๖๘
เมื่อวันที่ ๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๓ ที่อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เครือข่ายลดบริโภคเค็ม และสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย จัดงานแถลงข่าวการขับเคลื่อน “ลดเค็มทำได้” ประจำปี ๒๕๖๓ โดย ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุน สสส. และรักษาการผู้อำนวยการสำนักสร้างเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ สสส. กล่าวว่า สสส. ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข เครือข่ายลดการบริโภคเค็ม เครือข่ายลดการบริโภคไขมัน เครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน เครือข่าย NCDs และภาคีเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพ ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อระดับชาติ โดยผลักดันนโยบายสาธารณะเพื่อปกป้องสุขภาพของประชาชน จากปัจจัยเสี่ยงด้านการบริโภคอาหาร เสริมพลังขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติป้องกันและควบคุมโรค NCDs รวมทั้งสื่อสารให้ความรู้ประชาชนถึงโทษของการบริโภค “หวาน มัน เค็ม” เกินพอดี นพ.ขจรศักดิ์ แก้วจรัส รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ประชาชนบริโภคเกลือและโซเดียมลดลงร้อยละ ๓๐ ภายในปี ๒๕๖๘ สถานการณ์การบริโภคโซเดียมที่ล้นเกินของประชาชนไทย ทำให้ต้องมีการเร่งจัดทำแผนยุทธศาสตร์การลดการบริโภคเกลือและโซเดียมในประเทศไทย เพื่อลดโอกาสที่จะนำไปสู่การป่วย การเสียชีวิต และผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมจากการเพิ่มขึ้นของโรค NCDs รศ.นพ.สุรศักดิ์ กันตชูเวสศิริ ประธานเครือข่ายลดบริโภคเค็ม กล่าวว่า คนไทยป่วยเป็นโรคไตวายเรื้อรังสูงถึง ๗,๖๐๐,๐๐๐ คน การจัดกิจกรรมครั้งนี้เครือข่ายฯ ร่วมกับ สสส. และบริษัท ชูใจ กะ กัลยาณมิตร จำกัด จัดทำภาพยนตร์สั้น เพื่อรณรงค์ลดเค็ม ในเรื่อง “คำรักลิขิตสาป” และ “คอร์สเปลี่ยนลิ้น ๒๑ วัน (21 Days Sodium Lesstaurant) มีร้านอาหารที่เข้าร่วม ๒๑ ร้านและเปิดเมนูลดเค็มทำได้ง่ายๆ พร้อมเปิดให้ประชาชนทั่วไปมาเลือกเมนูเพื่อปรับลิ้นลดเค็ม ดร.เรณู การ์ก ตัวแทนองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย กล่าวว่า WHO แนะนำให้บริโภคโซเดียมไม่ควรเกิน ๑ ช้อนชา หรือคิดเป็นปริมาณโซเดียม ๒,๐๐๐ มิลลิกรัมต่อวัน แต่ปัจจุบันคนไทยบริโภคเกินกว่า ๒ เท่า หากรัฐบาลผลักดันนโยบายเก็บภาษีผลิตภัณฑ์อาหารที่มีโซเดียมสูงเกินมาตรฐาน โดยเก็บภาษีผลิตภัณฑ์บรรจุหีบห่อ และผลักดันให้ผู้ผลิตอาหารปรับรูปแบบอาหารบรรจุหีบห่อให้มีโซเดียมน้อยลง จะช่วยปกป้องสุขภาพของประชาชน และลดความเสี่ยง NCDs จากการบริโภคโซเดียมที่มากเกินความพอดีได้สำเร็จ ศ.นพ.วิชัย เอกพลากร หัวหน้าภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า จากการสำรวจปริมาณการบริโภคเกลือโซเดียมในประชาชนทั่วประเทศ พบว่า ประชากรไทย ๒,๓๘๘ อายุเฉลี่ย ๔๓ ปี เป็นเพศหญิงร้อยละ ๕๓ และมีภาวะความดันโลหิตสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ ๓๐ โดยค่าปริมาณการบริโภคโซเดียมเฉลี่ยประชาชนไทยเท่ากับ ๓,๖๓๖ มก./วัน หรือเท่ากับเกลือถึง ๑.๘ ช้อนชา โดยปริมาณการบริโภคโซเดียมเฉลี่ยเยอะที่สุดในภาคใต้ ๔,๑๐๘ มก./วัน, รองลงมาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ๓,๓๑๖ มก./วัน, กรุงเทพมหานคร ๓,๔๙๖ มก./วัน, ภาคเหนือ ๓,๕๖๓ มก./วัน และภาคกลาง ๓,๗๖๐ มก./วัน ตามลำดับ ทั้งนี้ สามารถดาวน์โหลดคลิปวิโอสั้นเรื่อง “คำรักลิขิตสาป” และเข้าร่วม “คอร์สเปลี่ยนลิ้น 21 วัน (21 Days Sodium Lesstaurant”) ได้ที่เว็บไซต์ www.lowsaltthai.com