กรมการแพทย์ย้ำเข้มมาตรการคุมโรค ดันแผนเปิดประเทศใน 120 วัน
กรมการแพทย์ โชว์ความพร้อมศูนย์แรกรับฯ นิมิบุตร และศูนย์วัคซีนบางซื่อ ย้ำเข้มมาตรการคุมโรค ดันแผนเปิดประเทศใน 120 วัน

กรุงเทพฯ - ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ ตรวจเยี่ยมศูนย์แรกรับ-ส่งต่อ นิมิบุตร กระทรวงสาธารณสุข (Pre-Admission Center MOPH) อาคารกีฬานิมิบุตร สนามกีฬาแห่งชาติ กรุงเทพมหานคร และศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ ย้ำกระทรวงสาธารณสุขยังคงคุมเข้มมาตรการการเฝ้าระวังควบคุมโรค ดูแลรักษาผู้ติดเชื้อ ให้บริการฉีดวัคซีน ร่วมกับ กทม. พร้อมทำงานเต็มที่เพื่อเปิดประเทศในอีก 120 วันตามนโยบายรัฐบาล

ดร.สาธิต ปิตุเตชะ เปิดเผยว่า การตรวจเยี่ยมศูนย์แรกรับ-ส่งต่อ นิมิบุตร ครั้งนี้ เป็นการสร้างขวัญและกำลังใจแก่บุคลากรในการปฏิบัติหน้าที่ อีกทั้งยังเป็นการตรวจเช็คความพร้อมหลังจากปิดทำการเพื่อทำความสะอาดครั้งใหญ่ และเปิดรับผู้ติดเชื้อทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติอีกครั้ง ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 14 มิถุนายน 2564 ที่ผ่านมา โดยพบผู้ติดเชื้อจากคลัสเตอร์คนงานมากขึ้นเรื่อย ๆ ทยอยเข้ารักษาเกือบเต็มแล้ว ช่วยให้ผู้ติดเชื้อโควิด 19 ที่ติดค้างที่บ้านหรืออยู่ระหว่างรอเตียงในโรงพยาบาลเข้าสู่ระบบการรักษา และส่งต่อรักษาในโรงพยาบาล โรงพยาบาลสนามหรือ Hospitel ตามระดับอาการอย่างเหมาะสม รวดเร็ว โดยข้อมูลตั้งแต่ 30 เมษายน-16 มิถุนายน 2564 ศูนย์แรกรับ-ส่งต่อนิมิบุตร รับผู้ป่วยสะสม จำนวน 3,696 ราย ในจำนวนนี้เป็นผู้ป่วยที่ Walk-in เข้ามา 2,980 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 80 ขณะนี้มีผู้ป่วยที่นอนพักรักษาอยู่ 121 ราย

ด้าน นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่าศูนย์แรกรับ-ส่งต่อ นิมิบุตร กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้เปิดใช้อาคารกีฬานิมิบุตร สนามกีฬาแห่งชาติ เพื่อจัดตั้งศูนย์แรกรับและส่งต่อผู้ป่วยโควิด โดยบุคลากรของกรมพลศึกษา และกลุ่มจิตอาสา 904 ได้ร่วมกันจัดเตรียมพื้นที่ไว้รองรับผู้ป่วยได้ 200 เตียง ภายใต้มาตรฐานตามกระทรวงสาธารณสุขกำหนด อาทิ การบริการทางการแพทย์, การบริหารจัดการด้านอนามัยและสิ่งแวดล้อม, ระบบการกำจัดขยะระบบไฟฟ้า, ระบบการขนส่ง เพื่อส่งต่อผู้ติดเชื้อไปยังโรงพยาบาล หรือโรงพยาบาลสนามอื่น ๆ โดยการจัดตั้งศูนย์แรกรับมีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับผู้ป่วยและแก้ปัญหาเตียงเต็มในกรุงเทพฯ ให้ผู้ป่วยติดเชื้อได้รับการดูแลจากแพทย์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ครบครัน ก่อนนำส่งต่อไปยังโรงพยาบาลต่อไป พร้อมย้ำถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ยังอยู่ในระดับสูง โดยประชาชนส่วนใหญ่ให้ความสนใจในเรื่องวัคซีนเป็นอย่างมาก ซึ่งรัฐบาลได้จัดหาวัคซีนไว้ฉีดให้คนในประเทศกว่า 100 ล้านโดสภายในปี 2564 ควบคู่กับการเฝ้าระวังควบคุมโรคและการรักษาผู้ป่วย รวมทั้งความร่วมมือจากประชาชนในการป้องกันตัวเองตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขและกทม. และทำกิจกรรมต่าง ๆ ด้วยความระมัดระวัง จะช่วยให้สถานการณ์โควิด 19 ดีขึ้น

สำหรับประเด็นที่นายกรัฐมนตรีประกาศที่จะเดินหน้าเปิดประเทศใน 120 วัน กระทรวงสาธารณสุขพร้อมที่จะทำงานอย่างเต็มที่ตามนโยบายรัฐบาล โดยในวันพรุ่งนี้จะมีการประชุม ศบค.เพื่อขับเคลื่อนนโยบายต่อไป ในฐานะตัวแทนของกระทรวงสาธารณสุข พร้อมสนับสนุนข้อมูลวิชาการ เสนอความคิดเห็นในสิ่งที่เป็นประโยชน์ เพื่อให้เกิดความร่วมมือกันอย่างจริงจังและทำงานไปสู่เป้าหมายเดียวกัน รมช.สธ. กล่าวเพิ่มเติม

หลังจากนั้นได้เดินทางต่อไปตรวจเยี่ยมการให้บริการฉีดวัคซีน ณ ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ โดยมุ่งกลุ่มผู้สูงอายุและ 7 โรคเรื้อรังในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่ลงทะเบียนผ่านหมอพร้อมและถูกเลื่อนนัดในเดือนมิถุนายน โดยได้จัดเตรียมวัคซีนไว้รองรับวันละ 2,000 โดส ส่วนภาพรวมการฉีดวัคซีน ที่สถานีกลางบางซื่อ ตั้งแต่วันที่ 24 พฤษภาคม 2564 เป็นต้นมา ให้บริการฉีดวัคซีนไปแล้วกว่าสองแสนโดส ซึ่งการให้บริการเป็นไปอย่างเรียบร้อย